Jump to Navigation

ภูมิหลัง

          หอสมุดแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บรวบรวม สงวนรักษา และอนุรักษ์มรดกทรัพย์สินทางปัญญา วิทยาการ ศิลปกรรม และวัฒนธรรมของชาติ ใน

รูปของเอกสารโบราณ ได้แก่ จารึก คัมภีร์ใบลาน หนังสือสมุดไทย รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังเป็นองค์กรหนึ่งที่ทำ

หน้าที่ให้บริการความรู้และข่าวสารแก่คนในชาติ มีทรัพยากรสารสนเทศ ให้บริการการอ่าน ศึกษาค้นคว้า โดยให้บริการแก่ผู้ใช้ทุกระดับ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา

ประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยไม่มีขีดจำกัด ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

          หอสมุดแห่งชาติ มีประวัติการก่อตั้งและให้บริการมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยเริ่มมาจากการรวม หอสมุดหลวง ๓ แห่ง สถาปนาขึ้นเป็น “หอพระสมุดสำหรับ

พระนคร” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๔๘  และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ในรัชกาล

ต่อ ๆ มาโดยตลอด มีการรวบรวมหนังสืออันมีค่าเป็นอย่างยิ่งของชาติ ตลอดจนสมบัติทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เป็นคลังสิ่งพิมพ์ของชาติไว้เป็นจำนวนมาก จวบ

จนปีพุทธศักราช ๒๔๗๖  หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้น และมีพระราชกฤษฎีกา กำหนดให้หอพระสมุดสำหรับพระนคร อยู่ในความรับผิด

ชอบของกรมศิลปากรและเปลี่ยนเป็น “หอสมุดแห่งชาติ” ในเวลาต่อมา มีการพัฒนาบริการให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับและได้ย้ายสถานที่ตั้งมาอยู่ ณ บริเวณถนน

สามเสน เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๙  ปัจจุบันสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม

ประวัติความเป็นมาของหอสมุดแห่งชาติ (Brief History)

พ.ศ.๒๔๔๘       รัชกาลที่ ๕  โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา “หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร” โดยรวมหอพระสมุดหลวง ๓ แห่ง เข้าด้วยกัน

 

ตึกศาลาสหทัยสมาคม

พ.ศ.๒๔๕๙       รัชกาลที่ ๖  โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายหอพระสมุดจากในพระบรมมหาราชวังออกมายังอาคารถาวรวัตถุ หน้าวัดมหาธาตุ

 

ตึกถาวรวัตถุ

พ.ศ.๒๔๖๘       รัชกาลที่ ๗  โปรดเกล้าฯ ให้ขยายการบริการหนังสือตัวพิมพ์ทั้งหมดไว้บริการ ณ อาคารถาวรวัตถุและเปลี่ยนชื่อเป็น “หอพระสมุดวชิราวุธ” 

ย้ายต้นฉบับเอกสารโบราณและตู้ลายทองไปให้บริการ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมานและโปรดเกล้าฯ ให้เรียกชื่อว่า “หอพระสมุดวชิรญาณ”

 

 

พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน

 

หอสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร

พ.ศ.๒๔๗๖       อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร มีฐานะเป็น “กองหอสมุด”

พ.ศ.๒๔๙๐       ก่อตั้ง “หอพระสมุดดำรงราชานุภาพ” ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ย้ายที่ทำการไปสร้างใหม่บริเวณ วังวรดิศ ถนนหลานหลวง

พ.ศ.๒๕๐๙       ย้ายหอสมุดแห่งชาติมาอยู่ที่ ถนนสามเสน

 

หอสมุดแห่งชาติปัจจุบัน

 

พ.ศ.๒๕๑๐       จัดตั้ง “หอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและจัดแสดงพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ ๕ ที่

อาคารถาวรวัตถุ

พ.ศ.๒๕๒๒       ตั้ง “ศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์” ในบริเวณเดียวกับอาคารถาวรวัตถุ ปัจจุบันได้รื้อถอนไปแล้ว

พ.ศ.๒๕๒๔       สร้างอาคาร “หอวชิราวุธานุสรณ์” เก็บรักษาบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง “พระ

                        บรมราชะประทรรศนีย์” และ ”ดุสิตธานี” เมืองประชาธิปไตย

พ.ศ.๒๕๓๓       เปิดอาคาร “หอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”

พ.ศ.๒๕๓๗       เปิดบริการ “ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร”

พ.ศ.๒๕๔๐       เปิดบริการ “หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙”

พ.ศ.๒๕๔๒       เปิดบริการ “หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ”

พ.ศ.๒๕๑๕ – ปัจจุบัน เปิดหอสมุดแห่งชาติ ในส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ๑๖ แห่ง

องค์ความรู้ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ



Main menu 2

by Dr. Radut.