เกี่ยวกับองค์กร

 

ประวัติความเป็นมา

               หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช  ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15  ตุลาคม  2477  โดยกรมศิลปากร  กระทรวงธรรมการ (กระทรวงวัฒนธรรมในปัจจุบัน)  เพื่อรวบรวมโบราณคดี วรรณกรรม และหนังสือเกี่ยวกับศีลธรรมให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้า มีคณะกรรมการอำนวยการชั้นต้น 15  คน นายอินทร์  รัตนวิจิตร เป็นพนักงานหอสมุดแห่งชาติวัดพระมหาธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นคนแรก  โดยใช้วิหารสามจอมในบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นครั้งแรก  ต่อมาพระรัตนธัชมุนี  (แบน  คณฐาภรโณ)  เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  ได้ย้ายหอสมุดแห่งชาตินี้ไปอยู่ที่วิหารพระธรรมศาลา  เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2478            

              พ.ศ. 2518  กรมศิลปากรได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติสาขานครศรีธรรมราช  ถาวรขึ้นภายในบริเวณเดียวกับหน่วยศิลปากรที่  8  และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช  เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย  3  ชั้น  มีพื้นที่ทั้งหมด  1,084  ตารางเมตร  ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่  25  มิถุนายน  2519  และเปิดให้บริการเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่  15  พฤษภาคม  2521  โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ  สมเด็จพระสังฆราช  ทรงกรุณาเสด็จมาเป็นประธานในพิธี

              พ.ศ. 2535  กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช เพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง (อาคาร 2)  เพื่อเป็นแหล่งให้บริการความรู้ทางศิลปะวิทยาการต่าง ๆ  ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช  ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับสำนักศิลปากรที่  14  นครศรีธรรมราช  และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  นครศรีธรรมราช   สังกัดสำนักศิลปากรที่ 14  นครศรีธรรมราช  ( หน่วยศิลปากรที่ 8 เดิม)   กรมศิลปากร  กระทรวงวัฒนธรรม

 

                                                                        

 

วิสัยทัศน์

ศูนย์รวมมรดกภูมิปัญญา พัฒนาคุณภาพชีวิต บริการด้วยไมตรีจิตและวิชาการตามมาตรฐานสากล

 

พันธิกิจ

       1. รวบรวม จัดเก็บ และสงวนรักษามรดกภูมิปัญญา  

        2. ดำเนินงานทางวิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์

        3. บริการสารสนเทศและเผยแพร่องค์ความรู้สู่ประชาชน

 

เป้าหมาย

         1. ดำเนินงานโดยมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติและท้องถิ่น

         2. สามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร มาใช้ในการอนุรักษ์ จัดเก็บ และสืบค้นสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         3. สามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร มาใช้ในการอนุรักษ์ จัดเก็บ และสืบค้นสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

         4. ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร และความรู้ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

         5. ประชาชนได้รับความพึงพอใจในการใช้บริการ

 

ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน

        1. พัฒนาศักยภาพบุคลากร เน้นการทำงานเชิงรุก และการทำงานเป็นทีม

        2. พัฒนาคุณภาพการให้บริการและการประชาสัมพันธ์

        3. พัฒนางานเทคโนโลยีสารสนเทศ

        4. พัฒนางานวิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์

 

ภารกิจของหน่วยงาน

        1. บริหารจัดการและดำเนินงานทรัพยากรสารนิเทศให้เป็นคลังสิ่งพิมพ์ในภูมิภาค โดยการจัดหา รวบรวม จัดเก็บทรัพยากรสารนิเทศทุกสาขาวิชาให้ครบถ้วนสมบูรณ์

        2. ศึกษาค้นคว้าและดำเนินงานวิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อการเข้าถึงสารนิเทศโดยง่าย และเป็นคู่มือในการให้คำปรึกษา แนะนำ ฝึกอบรมการปฏิบัติงานห้องสมุดแก่บุคคลและหน่วยงานภายนอก

        3. ให้บริการสารนิเทศและส่งเสริมการอ่าน การศึกษาค้นคว้า วิจัย แก่ประชาชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต และการศึกษาตามอัธยาศัยด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว   และมีประสิทธิภาพ

        4. ประสานกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ และดำเนินงานในการสำรวจ รวบรวม เอกสารโบราณและหนังสือหายาก เพื่อการสงวนรักษามรดกทรัพย์สินภูมิปัญญาของภูมิภาค

        5.  ให้คำแนะนำการขอรับหมายเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) และหมายเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร (ISSN) ผ่านระบบ E-Service ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ