เกี่ยวกับองค์กร

 

ประวัติความเป็นมา

              หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีเกิดขึ้นจากดำริของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประสงค์จะให้มีการจัดตั้หอสมุดแห่งชาติประจำภาคตะวันออกขึ้น เพื่อถวายเป็นราชสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมฉลองปีรัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2531  จึงได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 จังหวัดจันทบุรี รวมทั้งหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการวางแนวนโยบายจัดหาทุนในการก่อสร้างอาคารหอสมุดฯ และกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการ จัดทำโครงการ ออกแบบอาคาร ควบคุมการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ และรับผิดชอบดำเนินงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษกจันทบุรี”

              สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดอาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ในวันพฤหัสที่ 9 สิงหาคม 2533

                                                                                                         

              อาคารหอสมุดฯ มีลักษณะแบบทรงไทยประยุกต์ รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้าง 75 เมตร ยาว 76 เมตร เป็นอาคาร 2 ชั้น 4 หลังเชื่อมติดกัน โดยมีที่ว่างตรงกลางจัดเป็นสวน รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,553 ตารางเมตร และมีเนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่ 64 ตารางวา

              เดิมหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักหอสมุดแห่งชาติ แต่มาวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2549 กรมศิลปากรได้ปรับปรุงโครงสร้างของกรมใหม่ ให้หอสมุดแห่งชาติฯ จันทบุรี ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

 

วิสัยทัศน์

      1. เป็นแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย

      2. เป้าหมายคือผู้นำวิชาการ

      3.พร้อมให้บริการที่เป็นเลิศ

 

ภารกิจหน้าที่

      1.จัดทำคู่มือการดำเนินงานวิชาการด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์

       2.คัด ถ่ายถอด จัดทำคำอ่าน แปล เอกสารโบราณตลอดจนเผยแพร่องค์ความรู้ในเอกสารโบราณ

       3.จัดหา รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารโบราณ

       4.ดำเนินงานด้านเทคนิควิชาการบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ตามมาตรฐานสากลได้แก่ การลงทะเบียน วิเคราะห์หมวดหมู่และทำบัตรรายการขัอมูล เพื่อการสืบค้น ทั้งที่ได้รับจากส่วนกลางและหน่วยงานจัดหาเอง

       5.ดำเนินงานด้านซ่อมและสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท

       6.บริการทรัพยากรสารสนเทศโดยให้บริการการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า วิจัยแก่ประชาชนและหน่วยงาน

       7.จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์

       8.ให้คำแนะนำ ปรึกษา และฝึกอบรมความรู้ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ แก่บุคลากร/หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

       9.ให้คำแนะนำ ปรึกษา ในการจัดตั้งห้องสมุด/การจัดห้องสมุด ให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

     10.ติดต่อประสานงานกับสำนักหอสมุดแห่งชาติในการสำรวจและรวบรวมเอกสารโบราณในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

      11.ติดต่อประสานงานกับสำนักหอสมุดแห่งชาติเพื่อขอหมายเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ(ISBN) และเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร(ISSN) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

      12.ติดต่อประสานงานกับสำนักหอสมุดแห่งชาติในด้านการให้ความรู้ ตามมาตรฐานวิชาการบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์

      13.จัดอบรมเครือข่ายให้ความรู้ด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ รวมทั้งการอนุรักษ์เอกสารในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

      14.ปฎิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในองค์กร ได้แก่ งานธุรการ งานบุคลากร งานการเงิน พัสดุ และอาคารสถานที่