คลังสิ่งพิมพ์

 

                     คลังสิ่งพิมพ์มีมาตั้งแต่หอสมุดสำหรับพระนคร ตามที่พระยาอนุมานราชธนกล่าวไว้ในเรื่องสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพและหอสมุดแห่งชาติ (อนุมานราชธน, พระยา, 2505 :    16-17) ความว่า “หอสมุดสำหรับพระนครจัดแบ่งหอสมุดออกเป็น 2 หอ คือ หอพระสมุดวชิรญาณ  หอหนึ่ง สำหรับเก็บหนังสือตัวเขียน และหอพระสมุดวชิราวุธหอหนึ่ง สำหรับเป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

                    ในอดีตโรงพิมพ์ จะตีพิมพ์จากหนังสือเรื่องใดขึ้น ก็ต้องส่งหอพระสมุดเรื่องละ 2 เล่ม เล่มหนึ่งเก็บไว้ที่หอพระสมุดสำหรับประชาชนอ่าน อีกเล่มหนึ่งเก็บไว้ในสถานที่ เรียกว่า ห้องหนังสือพิสูจน์ สำหรับเป็นหลักฐานอ้างอิง เมื่อเกิดคดีขึ้นในโรงศาล เมื่อศาลสั่ง

                     ปี พ.ศ. 2509 หอสมุดแห่งชาติได้ก่อสร้างอาคารขึ้น จึงได้ย้ายหนังสือทั้งหมด มาอยู่ในงานจัดหาหนังสือ  ห้องหนังสือพิสูจน์ได้เปลี่ยนเป็นงานคลังสิ่งพิมพ์ ในปี พ.ศ. 2538 เปลี่ยนเป็นฝ่ายคลังสิ่งพิมพ์ และในปี พ.ศ. 2553 ได้เปลี่ยนเป็นคลังสิ่งพิมพ์ขึ้นกับกลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ จนถึงปัจจุบัน

 

การดำเนินงาน

ภารกิจงานของคลังสิ่งพิมพ์ แบ่งออกเป็น

1.        การจัดเก็บ การคัดแยกสิ่งพิมพ์ตามลักษณะสิ่งพิมพ์แต่ละประเภท เช่น หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ เพื่อลงทะเบียนและจัดเก็บ

2.        การรักษาให้คงสภาพ จากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น แสง ความชื้น และ มอดแมลง

3.        เพื่อเป็นประโยชน์ในการเป็นพยานเอกสาร

การลงทะเบียน

                   เก็บสิ่งพิมพ์ทุกประเภทที่จัดพิมพ์ในประเทศ ที่กลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศได้รับตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 อย่างละ 1 เล่ม/ฉบับ ได้แก่ หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ โดยทำการลงทะเบียนในฐานข้อมูล และทำบัตรหลักฐาน

การจัดเก็บรักษา

                   จัดเก็บลงกล่องเพื่อป้องกันแสง ใส่พริกไทยห่อด้วยผ้าขาวบางเพื่อป้องกันมอดและแมลง และควบคุมอากาศ ด้วยเครื่องปรับอากาศ และเครื่องควบคุมความชื้น หากตรวจพบมอดและแมลง จะต้องทำการกำจัดโดยการนำสิ่งพิมพ์ไปแช่แข็งด้วยอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส

การบริการ

                   คลังสิ่งพิมพ์ให้บริการสิ่งพิมพ์แก่หน่วยงานตามที่ร้องขอ ผ่านทางกลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติเท่านั้น เช่นการให้บริการทางตุลาการเพื่อเป็นพยานเอกสารตามที่ศาลสั่ง